องค์กรขับเคลื่อนการพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา

บทบาทสภาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาที่ผ่านมา

 

 

1) การเชื่อมโยง “นโยบาย-พื้นที่”ผ่านช่องทางการประชุมสัมมนา เช่น การประชุมคณะกรรมการพัฒนาลุ่มน้ำ  คณะอนุกรรมการชุดต่างๆ คณะกรรมาธิการวิสามัญฯวุฒิสภา  การร่วมกิจกรรมเช่น การลงพื้นที่ติดตามประเมินผล

2)การมีส่วนร่วมกับระดับนโยบายและการวางแผนพัฒนาลุ่มน้ำ ในปีพ.ศ.2553-ปัจจุบันนี้ เครือข่ายสภาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาได้มีส่วนร่วมในการปรับปรุงแผนแม่บทพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา การจัดทำกรอบแผนพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

3)ทำงานคู่ขนานกับภาคนโยบายเสนอทางเลือกในการจัดการลุ่มน้ำในรูปแบบการจัดการทรัพยากรโดยชุมชนที่หลากหลาย และมีบทบาทในการจัดทำแผนพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบภาคประชาชน

4)ติดตามแผนพัฒนาที่อาจมีผลกระทบกับลุ่มน้ำการใช้เวทีสภาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาติดตามความคืบหน้า โครงการและแผนพัฒนาที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ลุ่มน้ำ

5) เชื่อมโยงภาคีพันธมิตรร่วมขับเคลื่อนระดับกว้าง ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เช่นสภาองค์กรชุมชน เครือข่ายแผนสุขภาพสงขลา  สมาคมสวัสดิการ  เครือข่ายผู้บริโภค เครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคใต้ เครือข่ายติดตามแผนพัฒนาภาคใต้ เป็นต้น โดยการเชื่อมประสาน ร่วมเสนอการปฏิรูปประเทศไทยในนาม “สมัชชาคนใต้เพื่อปฏิรูปประเทศไทย”การเชื่อมโยงเครือข่ายการพัฒนาลุ่มน้ำโตนเลสาบ ประเทศกัมพูชา และกลุ่มลุ่มน้ำโขง

6)รณรงค์ สื่อสารสาธารณะ ในรูปแบบของ กิจกรรมรวมพลคนลุ่มน้ำทะเลสาบ การเสนอข้อมูลผ่านสื่อท้องถิ่นและสื่อส่วนกลาง

7)แหล่งเรียนรู้การจัดการทรัพยากรธรรมชาติฯแบบมีส่วนร่วมสภาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาและสมาชิกเครือข่ายมีประสบการณ์ผ่านการปฏิบัติการจนสามารถแลกเปลี่ยนถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ต่างๆได้

8) สร้างความเข้มแข็งองค์กรและ“พัฒนาองค์ความรู้”ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์นอกจากภาคส่วนต่างๆที่กล่าว

ถึงแล้ว มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดย สถาบันทรัพยากรทะเลและชายฝั่งได้แก่ในเรื่องการจัดตั้งศูนย์ประสานงานกลางของสภาลุ่มน้ำทะเลสาบการนำวาระของคนลุ่มน้ำสู่งานวิชาการ การติดตามประเมินผลโครงการพัฒนาลุ่มน้ำโดยชุมชนมีส่วนร่วม

 

ประมวลข้อเสนอการแก้ปัญหาในภาพรวมจากภาคประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบ

1.    ภาครัฐ โดยรัฐบาล ผู้มีอำนาจสูงสุดต้องมีการ ทบทวน นโยบาย การพัฒนา ที่เสี่ยงต่อการทำลาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิต คนในลุ่มน้ำทะเลสาบ เช่น นิคมอุตสาหกรรม ท่าเรือน้ำลึก  เขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำ บ่อฝังกลบขยะ เป็นต้น

2.    ต้องมีการเร่งดำเนินการ ขุดเปิดคลองเชื่อมทะเลสาบ-อ่าวไทย  รื้อรอหินท่าเรือน้ำลึก และขุดลอกร่องน้ำทะเลสาบเพื่อฟื้นระบบทะเลสาบ3น้ำและนำความสมบูรณ์คืนมา

3.   ให้เพิ่มมาตรการ เพื่อป้องกัน และทำงานเชิงรุก ในการดูแล เฝ้าระวัง การปล่อยมลพิษ การบุกรุกป่าต้นน้ำ พื้นที่ชุ่มน้ำป่าพรุ  และ การทำประมงผิดกฎหมาย

4.    ต้องให้ความสำคัญ ให้มีมาตรการ การป้องกัน และรักษา ซึ่งไว้ถึงความหลายทางชีวภาพและความมั่นคงทางด้านอาหาร ในพื้นที่ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำของลุ่มน้ำทะเลสาบ

5.    ควรให้ความสำคัญต่อสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของชั้นบรรยากาศและเกิดสภาวะโลกร้อน มีมาตรการ การป้องกันการรับมือที่สอดประสานกับแผนงาน การดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหา อนุรักษ์และฟื้นฟูลุ่มน้ำทะเลสาบ

6.   ต้องมีการทบทวน ยุทธศาสตร์ มาตรการ และการปฏิบัติการตามแผน แม่บทพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา

7.   ต้องมีการสนับสนุนพลังภาคี ภาคส่วนต่างๆในการฟื้นฟูและอนุรักษ์ ลุ่มน้ำทะเลสาบโดยเน้นให้ความ สำคัญที่กลุ่มเด็กเยาวชน ในสถานศึกษาทุกระดับ

8.   ต้องให้ความสำคัญ และหนุนเสริมบทบาทของ กลุ่ม องค์กร และเครือข่ายสตรี ให้เป็นแกนนำและมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา อนุรักษ์ และฟื้นฟูลุ่มน้ำทะเลสาบ

9. ให้มีการประกาศพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบที่มีความเสี่ยงทั้งหมดเป็นพื้นที่ควบคุมทางด้านสิ่งแวดล้อมและร่วมกันจัดทำ“ธรรมนูญการพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบ” เป็นกรอบในการดำเนินโครงการที่เกี่ยวข้องกับลุ่มน้ำของหน่วยงานต่างๆ

10.   ต้องเร่งดำเนินการจัดตั้งองค์กร หรือสถาบันพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบ โดยทำงานคู่ขนานกับ สภาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาซึ่งเป็นองค์กร เครือข่ายของภาคประชาชน

                                                                                             ผู้เขียน

นฤทธิ์   ดวงสุวรรณ์

Close